แผนการสอน/แผนการเร ยนร ภาคทฤษฎ



Similar documents
แผนการสอน/แผนการเร ยนร ภาคทฤษฎ

แผนการสอน/แผนการเร ยนร ภาคทฤษฎ

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

โปรแกรม Limbothai. โปรแกรม Limbothai -ห องเร ยนทางไกล หน วยท 2 การต ดต ง

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห )

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

How To Use Powerpoint And Powerpoint 2.2 On A Computer Or Tablet

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus)

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

แผนการจ ดการเร ยนร แบบบ รณาการท 1 หน วยท - รห สว ชา สอนคร งท

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

การใช โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 คร อ มาพร บร ร กษ

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (

แผนการจ ดการเร ยนร. PowerPoint 2010 ช อเร องหร อช องาน เร มใช งานโปรแกรม Microsoft Office PowerPoint 2010

แผนการจ ดการเร ยนร ม งเน นสมรรถนะอาช พ และบ รณาการปร ชญาเศรษฐก จพอเพ ยง

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

หน วยท 7 หล กการบร หารงานค ณภาพ

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

แผนการจ ดการเร ยนร หน วยท 5

ด านท 2 การบร หารหล กส ตร และงานว ชาการ

ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

EO/2 ระบบปฏ บ ต การ Windows XP

ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

คาอธ บายรายว ชา

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

ค ม อการใช งานระบบบร หารจ ดการเร ยนร Moodle เพ อการจ ดการเร ยนการสอนแบบผสมผสานเพ อพ ฒนาท กษะการค ดข นส ง (สาหร บผ เร ยน)

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ)

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย ประมวลรายว ชา (course syllabus)

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

โรงเร ยนเซนต จอห นเทคโนโลย แผนการเร ยนหล กส ตรประกาศน ยบ ตรว ชาช พ พ ทธศ กราช 2545 (ปร บปร ง พ.ศ. ชม. รห สว ชา รายว ชา นก ชม.

แผนการจ ดการเร ยนร ช อว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ ( ) ช อหน วย การใช คอมพ วเตอร และระบบ สารสนเทศ

แผนการสอนม งเน นสมรรถนะอาช พและบ รณาการปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยงและม งพ ฒนาให ผ เร ยนม ค ณล กษณะ 3 D แผนการจ ดการเร ยนร

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม ก นยายน 2553)

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

เพ อนาเสนอผลงานว จ ยท ได ร บท น สวทช.ภาคเหน อท เป นงานว จ ยเพ อแก ไขและ พ ฒนาท องถ น

เอกสารประกอบการเร ยนรายว ชาเพ มเต ม

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

Life's Advantages and Disadvantages of Licensing

รายการการแข งข นคอมพ วเตอร

กรอบแนวค ดการประเม นผลการ ปฏ บ ต งาน

How To Read A Book

2. การฝ กอบรม 2.1 โครงการพ ฒนา เพ อพ ฒนาและเสร มสร าง เท าก บจ านวน เท าก บจ านวน การฝ กอบรม ภายในป บ คลากรม ค ณธรรม ส าน กปล ด ทดสอบตามแบบ

Nature4thai Application

ค ม อการใช งานเว บไซต สาเร จร ป. FreeWebFree.com

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

หล กในการน าเสนอ เคร องม อในการ น าเสนอ การพ ฒนาส อการน าเสนอ ด วยเทคโนโลย สารสนเทศ

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

โรงเร ยนนวม นทราช น ท ศ บด นทรเดชา โครงการสอนรายภาคเร ยน รายว ชา ง30252 คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จ านวน

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

แผนปฏ บ ต การประจาป การศ กษา 2557(ต นป ) คณะว ทยาศาสตร และเทคโนโลย มหาว ทยาล ยห วเฉ ยวเฉล มพระเก ยรต

แผนการจ ดการเร ยนร แผนจ ดการเร ยนร หน วยท 6 ช อว ชา งานบร การระบบอ นเตอร เน ต รห สว ชา สอนคร งท 1-3 ช อหน วย สแกนเนอร และเคร องพ มพ คาบรวม

รายงานการอบรมคร หล กส ตรพ ฒนาศ กยภาพคร ในการจ ดกระบวนการเร ยนร โดยใช ส อ ETV คร งท ๖ คร งท ๖ ว นท ๑๐ ม ถ นายน ๒๕๕๘ กศน.อาเภอนาตาล

Transcription:

แผนการสอน/แผนการเร ยนร ภาคทฤษฎ แผนการสอน/การเร ยนร ภาคทฤษฎ หน วยท 7 ช อว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ สอนส ปดาห ท 11-12 ช อหน วย การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 รวม 6 ช วโมง ช อเร อง การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 จานวน 6 ช วโมง ห วข อเร อง ด านความร 1. ใช งานโปรแกรมน าเสนอMicrosoft Power Point 2010 ได ด านท กษะ 2. ใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 ได ด านค ณธรรม จร ยธรรม 3. ความร บผ ดชอบ 4. ความสนใจใฝ ร สาระสาค ญ การน าเสนอ เป นการส อสารเพ อถ ายทอดข อม ลจากผ น าเสนอไปย งกล มของผ ร บสารให เก ดความเข าใจในเร องท นาเสนอ โดยอาศ ยเทคน ค และส อต างๆ ท ม ประส ทธ ภาพ เพ อโน มน าวให ผ ฟ งเก ดความประท บใจการน าเสนอม ความส าค ญ ต ออาช พหลายๆ อาช พ ฉะน น ผ น าเสนอจะต องท าการศ กษาข อม ลต างๆ ว เคราะห ผ ฟ ง โอกาสและสถานการณ ในการ น าเสนอด วยเพ อให บรรล จ ดม งหมายท วางไว และสามารถส อความหมายได ตรงก นระหว างผ น าเสนอ ในบทน เป นการศ กษา การใช โปรแกรม Microsoft Power Point 2010 เป นโปรแกรมท ใช งานได ง าย และสะดวกในการใช งาน สมรรถนะอาช พประจาหน วย 1. ใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010ได จ ดประสงค การสอน/การเร ยนร จ ดประสงค ท วไป / บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง 1. เพ อให ม ความร เก ยวก บ การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010ได (ด านความร ) 2. เพ อให ม ท กษะในการใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010ได (ด านท กษะ) 3. เพ อให ม เจตคต ท ด ต อการเตร ยมความพร อมด าน ว สด อ ปกรณ และการปฏ บ ต งานอย างถ กต อง ส าเร จภายใน เวลาท กาหนด ม เหต และผลตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง (ด านค ณธรรม จร ยธรรม)

จ ดประสงค เช งพฤต กรรม / บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง 1. ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Power point ได (ด านความร ) 2. การทางานก บภาพน ง ได (ด านท กษะ) 3. การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต องกระจายงานได ท วถ ง และตรงตาม ความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง (ด าน ค ณธรรม จร ยธรรม/บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง) 4. ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง น กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการนาเสนอท น าสนใจนาว สด ในท องถ นมาประย กต ใช อย างค มค าและ ประหย ด (ด านค ณธรรม จร ยธรรม/บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง)

เน อหาสาระการสอน/การเร ยนร ด านความร (ทฤษฎ ) 1. ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Power point ได (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อ 1) การใช งานข นพ นนฐานของโปรแกรม Microsoft Power Point 2010 การเร ยกใช งานโปรแกรม Microsoft Word 2010 การเร ยกใช งานโปรแกรม Microsoft Power Point 2010 ม ล กษณะคล ายก บการเร ยกใช โปรแกรมอ นๆ ใน ระบบปฏ บ ต การโดยม ข นตอนด งน 1) คล กป ม Start 2) เล อก All Program 3) เล อกโฟลเดอร (Folder) Microsoft Office 4) เล อกโปรแกรม Microsoft Power Point 2010

ส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม

1) ป มแฟ ม (File) เป นส วนท ใช เก บคาส งต างๆ ท ใช งานในโปรแกรม เช น คาส ง สร าง(New), บ นท ก (Save) เป นต น 2) แถบเคร องม อด วน (Quick Access) เป บแถบท ใช แสดงคาส งท ใช งานบ อยๆ ข นมาให เราสามารถ เร ยกใช งานได ท นท 3) แถบช อเร อง (Title bar) เป นส วนท ใช แสดงช อโปรแกรม และรายช อไฟล ท ได เป ดใช งานอย 4) ป มควบค ม (Control box) Windows เป นป มท ใช ควบค มการ เป ด-ป ด และขยายหน าต างโปรแกรมท ได เป ดข นมา 5) ร บบอน (Ribbon) เป นแถบท ใช รวบรวมเคร องม อการใช งานเข าไว ด วยก น เพ อให สะดวกต อการใช งาน 6) เค าโครงภาพน ง (Slide and outline) เป นส วนท ใช แสดงแบบจาลองของภาพน งท งหมดท ม อย ในสไลด โชว 7) Slide Pane เป นพ นท ท ใช แสดงรายละเอ ยดของสไลด โชว 8) แถบสถานะ (Status Bar) เป นส วนท ใช แสดงรายละเอ ยดของสไลด โชว ท เป ดข นมาใช งาน 9) แถบบ นท กย อ (Note Pane) เป นส วนท ใช ใส ข อความเพ มเต มลงไปในสไลด โชว 2. การทางานก บภาพน ง ได (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อ 2) การสร างภาพน ง เม อเร ยกใช งานโปรแกรม Microsoft Power Point โปรแกรมจะสร างงานนาเสนอเปล า (Blank Presentation) ให โดยอ ตโนม ต แต จะสร างไว เพ ยงหน งภาพน งผ ใช สามารถเพ มจานวนภาพน งเพ อให เพ ยงพอต อ ข อม ลท จะนาเสนอโดยม ข นตอนด งน 1) คล กแถบคาส งหน าแรก (Home) 2) คล กล กศรห วลงท ป มสร างภาพน ง 3) เล อกร ปแบบการจ ดวางเค าโครงภาพน งจากช ดร ปแบบของ Office (ในต วอย างเล อกช ดร ปแบบช อเร อง และเน อหา) 4) จะปรากฏภาพน งตามร ปแบบท เล อก

การสร างงานนาเสนอเปล า (Blank presentation) เม อเข าส โปรแกรม PowerPoint แล วต องการสร างงานนาเสนอช นใหม ม ว ธ ด งน 1) คล กป มแฟ ม (File) 2) เล อกเมน สร าง (Create) 3) เล อกงานนาเสนอเปล า (Blank Presentation) 4) คล กป มสร าง (Create) ด านท กษะ(ปฏ บ ต ) (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-2) 1. (ก จกรรมการเร ยนร ท 7.1-7.3) ด านค ณธรรม/จร ยธรรม/จรรยาบรรณ/บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 3-4) 1. การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต องกระจายงานได ท วถ ง และตรงตาม ความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง 2. ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง น กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการน าเสนอท น าสนใจน าว สด ในท องถ นมาประย กต ใช อย างค มค าและประหย ด

ก จกรรมการเร ยนการสอนหร อการเร ยนร ข นตอนการสอนหร อก จกรรมของคร ข นตอนการเร ยนร หร อก จกรรมของน กเร ยน 1. ข นนาเข าส บทเร ยน (30 นาท ) จ ดให น กเร ยนศ กษาคาศ พท ในบทเร ยน 1. ผ สอนจ ดเตร ยมเอกสาร พร อมก บแนะน า รายว ชา ว ธ การให คะแนนและว ธ การเร ยนเร อง การ ใช โปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 2. ผ สอนแจ งจ ดประสงค การเร ยนของหน วย เร ยนท 7 และขอให ผ เร ยนร วมก นทาก จกรรมการเร ยน การสอน 3. ผ สอนให ผ เร ยนแสดงความร เก ยวก บเร อง การใช โปรแกรมน าเสนอMicrosoft Power Point 2010 1. ข นนาเข าส บทเร ยน (30 นาท ) น กเร ยนศ กษาค าศ พท ในบทเร ยน 1. ผ เร ยนเตร ยมอ ปกรณ และ ฟ งคร ผ สอนแนะน า รายว ชา ว ธ การให คะแนนและว ธ การเร ยนเร อง การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 2. ผ เร ยนท าความเข าใจเก ยวก บจ ดประสงค การ เร ยนของหน วยเร ยนท 7 และการให ความร วมม อในการ ทาก จกรรม 3. ผ เร ยนแสดงความร ความร เก ยวก บการใช งาน โปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 2.ข นให ความร (120 นาท ) 1. ผ สอนแนะน าว ธ การใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน หน วยท 7 เร อง การใช งานโปรแกรม น าเสนอMicrosoft Power Point 2010 และให ผ เร ยนศ กษาเอกสารประกอบการสอน คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ หน วยท 7 หน าท 210-229 2. ผ สอนและผ เร ยนร วมก นอธ บายเก ยวก บ เร อง การใช โปรแกรมน าเสนอMicrosoft Power Point 2010ตามท ได ศ กษาจากบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 3. อาจารย ผ สอนคอยให คาแนะนาแก ผ เร ยน 2. ข นให ความร (120 นาท ) 1. ผ สอนแนะนาว ธ การใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วย สอน หน วยท 7 การใช งานโปรแกรมน าเสนอ Microsoft Power Point 2010และให ผ เร ยนศ กษา เอกสารประกอบการสอน คอมพ วเตอร และสารสนเทศ เพ องานอาช พ หน วยท 7 หน าท 210-229 2.ผ สอนและผ เร ยนร วมก นอธ บายเก ยวก บ การใช งานโปรแกรมน าเสนอMicrosoft Power Point 2010 ตามท ได ศ กษาจากบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 3.อาจารย ผ สอนคอยให คาแนะนาแก ผ เร ยน

ก จกรรมการเร ยนการสอนหร อการเร ยนร ข นตอนการสอนหร อก จกรรมของคร ข นตอนการเร ยนร หร อก จกรรมของน กเร ยน 3. ข นประย กต ใช ( 180 นาท ) 1. ผ สอนให ผ เร ยนท าก จกรรมท 7.1-7.3 หน าท 236-238 เร อง การใช งานโปรแกรมน าเสนอ Microsoft Power Point 2010 ผ สอนให ผ เร ยนส บค น ข อม ลจากอ นเทอร เน ต 3. ข นประย กต ใช ( 180 นาท ) 1. ผ เร ยนท าก จกรรมท 7.1-7.3 หน าท 236-238 เร อง การใช งานโปรแกรมน าเสนอMicrosoft Power Point 2010 ผ เร ยนส บค นข อม ลจาก อ นเทอร เน ต 4. ข นสร ปและประเม นผล ( 30 นาท ) 1. ผ สอนและผ เร ยนร วมก นสร ปเน อหาท ได เร ยน ให ม ความเข าใจในท ศทางเด ยวก น 2. ผ สอนให ผ เร ยนศ กษาเพ มเต มนอกห องเร ยน ด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท จ ดทาข น 4. ข นสร ปและประเม นผล ( 30 นาท ) 1. ผ สอนและผ เร ยนร วมก นสร ปเน อหาท ได เร ยน เพ อให ม ความเข าใจในท ศทางเด ยวก น 2. ผ เร ยนศ กษาเพ มเต มนอกห องเร ยน ด วย บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท จ ดทาข น (บรรล จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) (รวม 360 นาท หร อ 6 ช วโมงเร ยน) (บรรล จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) (รวม 360 นาท หร อ 6 ช วโมงเร ยน)

งานท มอบหมายหร อก จกรรมการว ดผลและประเม นผล ก อนเร ยน 1. จ ดเตร ยมเอกสาร ส อการเร ยนการสอนหน วยท 7 2. ทาความเข าใจเก ยวก บจ ดประสงค การเร ยนของหน วยท 7 และให ความร วมม อในการท าก จกรรมใน หน วยท 7 ขณะเร ยน - หล งเร ยน 1. ทาแบบประเม นการเร ยนร 2. ทาก จกรรมการเร ยนร หน วยท 7 คาถาม - ผลงาน/ช นงาน/ความสาเร จของผ เร ยน ก จกรรมท 7 เร อง การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 สมรรถนะท พ งประสงค ผ เร ยนสร างความเข าใจเก ยวก บ การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 1. ว เคราะห และต ความหมาย 2. ต งคาถาม 3. อภ ปรายแสดงความค ดเห นระดมสมอง 4. การประย กต ความร ส งานอาช พ สมรรถนะการสร างค าน ยม ปล กฝ งค ณธรรม จร ยธรรม

สมรรถนะการปฏ บ ต งานอาช พ 1. ใช งานโปรแกรม Microsoft Power Point 2010 ได สมรรถนะการขยายผล - ส อการเร ยนการสอน/การเร ยนร ส อส งพ มพ 1. เอกสารประกอบการสอนว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ (ใช ประกอบการเร ยนการ สอนจ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) 2. ก จกรรมการเร ยนร ท 7.1-7.3 เร อง การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 (ใช ประกอบการเร ยนการสอนข นให ความร เพ อให บรรล จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) 3. แบบประเม นผ เร ยนในช นเร ยน ใช ประกอบการสอนข นประย กต ใช ข อ 1 ส อโสตท ศน (ถ าม ) 1. บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 ส อของจร ง 1. คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ (ใช ประกอบการเร ยนการสอนจ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 1-4)

แหล งการเร ยนร ในสถานศ กษา นอกสถานศ กษา 1. ห องสม ดว ทยาล ยเทคน คสม ทรสาคร 2. ห องปฏ บ ต การคอมพ วเตอร ศ กษาหาข อม ลทางอ นเทอร เน ต - การบ รณาการ/ความส มพ นธ ก บว ชาอ น 1. บ รณาการก บว ชาช ว ตและว ฒนธรรมไทย ด านการพ ด การอ าน การเข ยน และการฝ กปฏ บ ต ตนทาง ส งคมด านการเตร ยมความพร อม ความร บผ ดชอบ และความสนใจใฝ ร 2. บ รณาการก บว ชาการบร หารการจ ดซ อ ด านการซ อ การแสวงหาผล ตภ ณฑ 3. บ รณาการก บว ชาก ฬาเพ อพ ฒนาส ขภาพและบ คล กภาพ ด านบ คล กภาพในการนาเสนอหน าช นเร ยน 4. บ รณาการก บว ชาหล กเศรษฐศาสตร ด านการเล อกใช ทร พยากรอย างประหย ด

การประเม นผลการเร ยนร หล กการประเม นผลการเร ยนร ก อนเร ยน - ขณะเร ยน 1. ตรวจผลงานตามก จกรรมท 7.1-7.3 2. ส งเกตการทางาน หล งเร ยน - ผลงาน/ช นงาน/ผลสาเร จของผ เร ยน ก จกรรมการเร ยนร ท 7.1-7.3 เร อง การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010

รายละเอ ยดการประเม นผลการเร ยนร จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 1 ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Power point ได 1. ว ธ การประเม น : ทดสอบ 2. เคร องม อ : แบบทดสอบ 3. เกณฑ การให คะแนน ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Power point จะได 1 คะแนน จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 2 การทางานก บภาพน ง ได 1. ว ธ การประเม น : ทดสอบ 2. เคร องม อ : แบบทดสอบ 3. เกณฑ การให คะแนน : การทางานก บภาพน ง จะได 1 คะแนน จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 3 การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต อง กระจายงานได ท วถ ง และตรงตามความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง 1. ว ธ การประเม น : ทดสอบ 2. เคร องม อ : แบบทดสอบ 3. เกณฑ การให คะแนน : การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต อง กระจายงานได ท วถ ง และตรงตามความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง จะได 4 คะแนน จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 5 ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จ พอเพ ยง น กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการนาเสนอท น าสนใจนาว สด ใน ท องถ นมาประย กต ใช อย างค มค าและประหย ด 1. ว ธ การประเม น : ตรวจผลงาน 2. เคร องม อ : แบบประเม นกระบวนการทางานกล ม 3. เกณฑ การให คะแนน : ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จ พอเพ ยงน กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการนาเสนอท น าสนใจนา ว สด ในท องถ นมาประย กต ใช อย าง ค มค าและประหย ด จะได 2 คะแนน

ก จกรรมการเร ยนร ท 7.1 หน วยท 7 คาส ง : ให น กเร ยนจ บค ส วนประกอบของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 File ป มท ใช ควบค มการ เป ด-ป ด และขยายหน าต างโปรแกรมท ได เป ดข นมา Quick Access ส วนท ใช ใส ข อความเพ มเต มลงไปในสไลด โชว Title bar แถบท ใช รวบรวมเคร องม อการใช งานเข าไว ด วยก น เพ อให สะดวกต อการใช งาน Control box เป นส วนท ใช แสดงช อโปรแกรม และรายช อไฟล ท ได เป ดใช งานอย Ribbon ส วนท ใช แสดงรายละเอ ยดของสไลด โชว ท เป ดข นมาใช งาน Slide and outline พ นท ท ใช แสดงรายละเอ ยดของสไลด โชว Slide Pane แถบท ใช แสดงคาส งท ใช งานบ อยๆ ข นมาให เราสามารถเร ยกใช งานได ท นท Status bar เป นส วนท ใช เก บคาส งต างๆ ท ใช งานในโปรแกรม เช น คาส ง สร าง บ นท ก Note Pane เป นส วนท ใช แสดงแบบจาลองของภาพน งท งหมดท ม อย ในสไลด โชว ก จกรรมการเร ยนร ท 7.2 คาส ง : ให น กเร ยนนาต วอ กษรใส หน าร ปภาพกราฟ

ก จกรรมการเร ยนร ท 7.3 คาส ง : ให น กเร ยนจ บค ส วนประกอบของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010

แบบประเม นรายบ คคล (แบบประเม นผลงาน) ผ ประเม น(ช อ)... ตนเอง เพ อน คร รายการประเม น 1. ท กษะการปฏ บ ต งาน 2. ความสนใจใฝ ร 3. ความคล องแคล วในการ ปฏ บ ต งาน 4. ความปลอดภ ยในการปฏ บ ต งาน 5. การด แลร กษาอ ปกรณ 6. การประย กต ใช ในว ชาช พ คะแนนเฉล ย ด (3) พอใช (2) ปร บปร ง (1) รวม คะแนน หมายเหต เกณฑ การประเม น ด คะแนนส งกว า 2.70 พอใช คะแนนอย ระหว าง 1.3 2.70 ปร บปร ง คะแนนต ากว า 1.30 หมายเหต เกณฑ การประเม นท ใช ในการต ดส นต องได มาจากคะแนนเฉล ยของผ ประเม นท งหมด ต วอย าง ข อ 1. ความสมบ รณ ของเน อหาสาระ ได คะแนนการประเม นด งน ตนเอง ให ด ได คะแนนประเม น 3 เพ อน ให พอใช ได คะแนนประเม น 2 คร ให พอใช ได คะแนนประเม น 2 ได คะแนนเฉล ย 3+2+2 = 2.33 3 จากคะแนนเฉล ยท ได แสดงว าในข อ 1. เกณฑ ประเม นอย ในเกณฑ พอใช