แผนการสอน/แผนการเร ยนร ภาคทฤษฎ แผนการสอน/การเร ยนร ภาคทฤษฎ หน วยท 7 ช อว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ สอนส ปดาห ท 11-12 ช อหน วย การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 รวม 6 ช วโมง ช อเร อง การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 จานวน 6 ช วโมง ห วข อเร อง ด านความร 1. ใช งานโปรแกรมน าเสนอMicrosoft Power Point 2010 ได ด านท กษะ 2. ใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 ได ด านค ณธรรม จร ยธรรม 3. ความร บผ ดชอบ 4. ความสนใจใฝ ร สาระสาค ญ การน าเสนอ เป นการส อสารเพ อถ ายทอดข อม ลจากผ น าเสนอไปย งกล มของผ ร บสารให เก ดความเข าใจในเร องท นาเสนอ โดยอาศ ยเทคน ค และส อต างๆ ท ม ประส ทธ ภาพ เพ อโน มน าวให ผ ฟ งเก ดความประท บใจการน าเสนอม ความส าค ญ ต ออาช พหลายๆ อาช พ ฉะน น ผ น าเสนอจะต องท าการศ กษาข อม ลต างๆ ว เคราะห ผ ฟ ง โอกาสและสถานการณ ในการ น าเสนอด วยเพ อให บรรล จ ดม งหมายท วางไว และสามารถส อความหมายได ตรงก นระหว างผ น าเสนอ ในบทน เป นการศ กษา การใช โปรแกรม Microsoft Power Point 2010 เป นโปรแกรมท ใช งานได ง าย และสะดวกในการใช งาน สมรรถนะอาช พประจาหน วย 1. ใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010ได จ ดประสงค การสอน/การเร ยนร จ ดประสงค ท วไป / บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง 1. เพ อให ม ความร เก ยวก บ การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010ได (ด านความร ) 2. เพ อให ม ท กษะในการใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010ได (ด านท กษะ) 3. เพ อให ม เจตคต ท ด ต อการเตร ยมความพร อมด าน ว สด อ ปกรณ และการปฏ บ ต งานอย างถ กต อง ส าเร จภายใน เวลาท กาหนด ม เหต และผลตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง (ด านค ณธรรม จร ยธรรม)
จ ดประสงค เช งพฤต กรรม / บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง 1. ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Power point ได (ด านความร ) 2. การทางานก บภาพน ง ได (ด านท กษะ) 3. การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต องกระจายงานได ท วถ ง และตรงตาม ความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง (ด าน ค ณธรรม จร ยธรรม/บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง) 4. ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง น กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการนาเสนอท น าสนใจนาว สด ในท องถ นมาประย กต ใช อย างค มค าและ ประหย ด (ด านค ณธรรม จร ยธรรม/บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง)
เน อหาสาระการสอน/การเร ยนร ด านความร (ทฤษฎ ) 1. ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Power point ได (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อ 1) การใช งานข นพ นนฐานของโปรแกรม Microsoft Power Point 2010 การเร ยกใช งานโปรแกรม Microsoft Word 2010 การเร ยกใช งานโปรแกรม Microsoft Power Point 2010 ม ล กษณะคล ายก บการเร ยกใช โปรแกรมอ นๆ ใน ระบบปฏ บ ต การโดยม ข นตอนด งน 1) คล กป ม Start 2) เล อก All Program 3) เล อกโฟลเดอร (Folder) Microsoft Office 4) เล อกโปรแกรม Microsoft Power Point 2010
ส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม
1) ป มแฟ ม (File) เป นส วนท ใช เก บคาส งต างๆ ท ใช งานในโปรแกรม เช น คาส ง สร าง(New), บ นท ก (Save) เป นต น 2) แถบเคร องม อด วน (Quick Access) เป บแถบท ใช แสดงคาส งท ใช งานบ อยๆ ข นมาให เราสามารถ เร ยกใช งานได ท นท 3) แถบช อเร อง (Title bar) เป นส วนท ใช แสดงช อโปรแกรม และรายช อไฟล ท ได เป ดใช งานอย 4) ป มควบค ม (Control box) Windows เป นป มท ใช ควบค มการ เป ด-ป ด และขยายหน าต างโปรแกรมท ได เป ดข นมา 5) ร บบอน (Ribbon) เป นแถบท ใช รวบรวมเคร องม อการใช งานเข าไว ด วยก น เพ อให สะดวกต อการใช งาน 6) เค าโครงภาพน ง (Slide and outline) เป นส วนท ใช แสดงแบบจาลองของภาพน งท งหมดท ม อย ในสไลด โชว 7) Slide Pane เป นพ นท ท ใช แสดงรายละเอ ยดของสไลด โชว 8) แถบสถานะ (Status Bar) เป นส วนท ใช แสดงรายละเอ ยดของสไลด โชว ท เป ดข นมาใช งาน 9) แถบบ นท กย อ (Note Pane) เป นส วนท ใช ใส ข อความเพ มเต มลงไปในสไลด โชว 2. การทางานก บภาพน ง ได (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อ 2) การสร างภาพน ง เม อเร ยกใช งานโปรแกรม Microsoft Power Point โปรแกรมจะสร างงานนาเสนอเปล า (Blank Presentation) ให โดยอ ตโนม ต แต จะสร างไว เพ ยงหน งภาพน งผ ใช สามารถเพ มจานวนภาพน งเพ อให เพ ยงพอต อ ข อม ลท จะนาเสนอโดยม ข นตอนด งน 1) คล กแถบคาส งหน าแรก (Home) 2) คล กล กศรห วลงท ป มสร างภาพน ง 3) เล อกร ปแบบการจ ดวางเค าโครงภาพน งจากช ดร ปแบบของ Office (ในต วอย างเล อกช ดร ปแบบช อเร อง และเน อหา) 4) จะปรากฏภาพน งตามร ปแบบท เล อก
การสร างงานนาเสนอเปล า (Blank presentation) เม อเข าส โปรแกรม PowerPoint แล วต องการสร างงานนาเสนอช นใหม ม ว ธ ด งน 1) คล กป มแฟ ม (File) 2) เล อกเมน สร าง (Create) 3) เล อกงานนาเสนอเปล า (Blank Presentation) 4) คล กป มสร าง (Create) ด านท กษะ(ปฏ บ ต ) (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-2) 1. (ก จกรรมการเร ยนร ท 7.1-7.3) ด านค ณธรรม/จร ยธรรม/จรรยาบรรณ/บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 3-4) 1. การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต องกระจายงานได ท วถ ง และตรงตาม ความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง 2. ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง น กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการน าเสนอท น าสนใจน าว สด ในท องถ นมาประย กต ใช อย างค มค าและประหย ด
ก จกรรมการเร ยนการสอนหร อการเร ยนร ข นตอนการสอนหร อก จกรรมของคร ข นตอนการเร ยนร หร อก จกรรมของน กเร ยน 1. ข นนาเข าส บทเร ยน (30 นาท ) จ ดให น กเร ยนศ กษาคาศ พท ในบทเร ยน 1. ผ สอนจ ดเตร ยมเอกสาร พร อมก บแนะน า รายว ชา ว ธ การให คะแนนและว ธ การเร ยนเร อง การ ใช โปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 2. ผ สอนแจ งจ ดประสงค การเร ยนของหน วย เร ยนท 7 และขอให ผ เร ยนร วมก นทาก จกรรมการเร ยน การสอน 3. ผ สอนให ผ เร ยนแสดงความร เก ยวก บเร อง การใช โปรแกรมน าเสนอMicrosoft Power Point 2010 1. ข นนาเข าส บทเร ยน (30 นาท ) น กเร ยนศ กษาค าศ พท ในบทเร ยน 1. ผ เร ยนเตร ยมอ ปกรณ และ ฟ งคร ผ สอนแนะน า รายว ชา ว ธ การให คะแนนและว ธ การเร ยนเร อง การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 2. ผ เร ยนท าความเข าใจเก ยวก บจ ดประสงค การ เร ยนของหน วยเร ยนท 7 และการให ความร วมม อในการ ทาก จกรรม 3. ผ เร ยนแสดงความร ความร เก ยวก บการใช งาน โปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 2.ข นให ความร (120 นาท ) 1. ผ สอนแนะน าว ธ การใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน หน วยท 7 เร อง การใช งานโปรแกรม น าเสนอMicrosoft Power Point 2010 และให ผ เร ยนศ กษาเอกสารประกอบการสอน คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ หน วยท 7 หน าท 210-229 2. ผ สอนและผ เร ยนร วมก นอธ บายเก ยวก บ เร อง การใช โปรแกรมน าเสนอMicrosoft Power Point 2010ตามท ได ศ กษาจากบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 3. อาจารย ผ สอนคอยให คาแนะนาแก ผ เร ยน 2. ข นให ความร (120 นาท ) 1. ผ สอนแนะนาว ธ การใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วย สอน หน วยท 7 การใช งานโปรแกรมน าเสนอ Microsoft Power Point 2010และให ผ เร ยนศ กษา เอกสารประกอบการสอน คอมพ วเตอร และสารสนเทศ เพ องานอาช พ หน วยท 7 หน าท 210-229 2.ผ สอนและผ เร ยนร วมก นอธ บายเก ยวก บ การใช งานโปรแกรมน าเสนอMicrosoft Power Point 2010 ตามท ได ศ กษาจากบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 3.อาจารย ผ สอนคอยให คาแนะนาแก ผ เร ยน
ก จกรรมการเร ยนการสอนหร อการเร ยนร ข นตอนการสอนหร อก จกรรมของคร ข นตอนการเร ยนร หร อก จกรรมของน กเร ยน 3. ข นประย กต ใช ( 180 นาท ) 1. ผ สอนให ผ เร ยนท าก จกรรมท 7.1-7.3 หน าท 236-238 เร อง การใช งานโปรแกรมน าเสนอ Microsoft Power Point 2010 ผ สอนให ผ เร ยนส บค น ข อม ลจากอ นเทอร เน ต 3. ข นประย กต ใช ( 180 นาท ) 1. ผ เร ยนท าก จกรรมท 7.1-7.3 หน าท 236-238 เร อง การใช งานโปรแกรมน าเสนอMicrosoft Power Point 2010 ผ เร ยนส บค นข อม ลจาก อ นเทอร เน ต 4. ข นสร ปและประเม นผล ( 30 นาท ) 1. ผ สอนและผ เร ยนร วมก นสร ปเน อหาท ได เร ยน ให ม ความเข าใจในท ศทางเด ยวก น 2. ผ สอนให ผ เร ยนศ กษาเพ มเต มนอกห องเร ยน ด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท จ ดทาข น 4. ข นสร ปและประเม นผล ( 30 นาท ) 1. ผ สอนและผ เร ยนร วมก นสร ปเน อหาท ได เร ยน เพ อให ม ความเข าใจในท ศทางเด ยวก น 2. ผ เร ยนศ กษาเพ มเต มนอกห องเร ยน ด วย บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท จ ดทาข น (บรรล จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) (รวม 360 นาท หร อ 6 ช วโมงเร ยน) (บรรล จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) (รวม 360 นาท หร อ 6 ช วโมงเร ยน)
งานท มอบหมายหร อก จกรรมการว ดผลและประเม นผล ก อนเร ยน 1. จ ดเตร ยมเอกสาร ส อการเร ยนการสอนหน วยท 7 2. ทาความเข าใจเก ยวก บจ ดประสงค การเร ยนของหน วยท 7 และให ความร วมม อในการท าก จกรรมใน หน วยท 7 ขณะเร ยน - หล งเร ยน 1. ทาแบบประเม นการเร ยนร 2. ทาก จกรรมการเร ยนร หน วยท 7 คาถาม - ผลงาน/ช นงาน/ความสาเร จของผ เร ยน ก จกรรมท 7 เร อง การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 สมรรถนะท พ งประสงค ผ เร ยนสร างความเข าใจเก ยวก บ การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 1. ว เคราะห และต ความหมาย 2. ต งคาถาม 3. อภ ปรายแสดงความค ดเห นระดมสมอง 4. การประย กต ความร ส งานอาช พ สมรรถนะการสร างค าน ยม ปล กฝ งค ณธรรม จร ยธรรม
สมรรถนะการปฏ บ ต งานอาช พ 1. ใช งานโปรแกรม Microsoft Power Point 2010 ได สมรรถนะการขยายผล - ส อการเร ยนการสอน/การเร ยนร ส อส งพ มพ 1. เอกสารประกอบการสอนว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ (ใช ประกอบการเร ยนการ สอนจ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) 2. ก จกรรมการเร ยนร ท 7.1-7.3 เร อง การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 (ใช ประกอบการเร ยนการสอนข นให ความร เพ อให บรรล จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) 3. แบบประเม นผ เร ยนในช นเร ยน ใช ประกอบการสอนข นประย กต ใช ข อ 1 ส อโสตท ศน (ถ าม ) 1. บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010 ส อของจร ง 1. คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ (ใช ประกอบการเร ยนการสอนจ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 1-4)
แหล งการเร ยนร ในสถานศ กษา นอกสถานศ กษา 1. ห องสม ดว ทยาล ยเทคน คสม ทรสาคร 2. ห องปฏ บ ต การคอมพ วเตอร ศ กษาหาข อม ลทางอ นเทอร เน ต - การบ รณาการ/ความส มพ นธ ก บว ชาอ น 1. บ รณาการก บว ชาช ว ตและว ฒนธรรมไทย ด านการพ ด การอ าน การเข ยน และการฝ กปฏ บ ต ตนทาง ส งคมด านการเตร ยมความพร อม ความร บผ ดชอบ และความสนใจใฝ ร 2. บ รณาการก บว ชาการบร หารการจ ดซ อ ด านการซ อ การแสวงหาผล ตภ ณฑ 3. บ รณาการก บว ชาก ฬาเพ อพ ฒนาส ขภาพและบ คล กภาพ ด านบ คล กภาพในการนาเสนอหน าช นเร ยน 4. บ รณาการก บว ชาหล กเศรษฐศาสตร ด านการเล อกใช ทร พยากรอย างประหย ด
การประเม นผลการเร ยนร หล กการประเม นผลการเร ยนร ก อนเร ยน - ขณะเร ยน 1. ตรวจผลงานตามก จกรรมท 7.1-7.3 2. ส งเกตการทางาน หล งเร ยน - ผลงาน/ช นงาน/ผลสาเร จของผ เร ยน ก จกรรมการเร ยนร ท 7.1-7.3 เร อง การใช งานโปรแกรมนาเสนอMicrosoft Power Point 2010
รายละเอ ยดการประเม นผลการเร ยนร จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 1 ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Power point ได 1. ว ธ การประเม น : ทดสอบ 2. เคร องม อ : แบบทดสอบ 3. เกณฑ การให คะแนน ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Power point จะได 1 คะแนน จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 2 การทางานก บภาพน ง ได 1. ว ธ การประเม น : ทดสอบ 2. เคร องม อ : แบบทดสอบ 3. เกณฑ การให คะแนน : การทางานก บภาพน ง จะได 1 คะแนน จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 3 การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต อง กระจายงานได ท วถ ง และตรงตามความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง 1. ว ธ การประเม น : ทดสอบ 2. เคร องม อ : แบบทดสอบ 3. เกณฑ การให คะแนน : การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต อง กระจายงานได ท วถ ง และตรงตามความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง จะได 4 คะแนน จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 5 ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จ พอเพ ยง น กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการนาเสนอท น าสนใจนาว สด ใน ท องถ นมาประย กต ใช อย างค มค าและประหย ด 1. ว ธ การประเม น : ตรวจผลงาน 2. เคร องม อ : แบบประเม นกระบวนการทางานกล ม 3. เกณฑ การให คะแนน : ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จ พอเพ ยงน กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการนาเสนอท น าสนใจนา ว สด ในท องถ นมาประย กต ใช อย าง ค มค าและประหย ด จะได 2 คะแนน
ก จกรรมการเร ยนร ท 7.1 หน วยท 7 คาส ง : ให น กเร ยนจ บค ส วนประกอบของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 File ป มท ใช ควบค มการ เป ด-ป ด และขยายหน าต างโปรแกรมท ได เป ดข นมา Quick Access ส วนท ใช ใส ข อความเพ มเต มลงไปในสไลด โชว Title bar แถบท ใช รวบรวมเคร องม อการใช งานเข าไว ด วยก น เพ อให สะดวกต อการใช งาน Control box เป นส วนท ใช แสดงช อโปรแกรม และรายช อไฟล ท ได เป ดใช งานอย Ribbon ส วนท ใช แสดงรายละเอ ยดของสไลด โชว ท เป ดข นมาใช งาน Slide and outline พ นท ท ใช แสดงรายละเอ ยดของสไลด โชว Slide Pane แถบท ใช แสดงคาส งท ใช งานบ อยๆ ข นมาให เราสามารถเร ยกใช งานได ท นท Status bar เป นส วนท ใช เก บคาส งต างๆ ท ใช งานในโปรแกรม เช น คาส ง สร าง บ นท ก Note Pane เป นส วนท ใช แสดงแบบจาลองของภาพน งท งหมดท ม อย ในสไลด โชว ก จกรรมการเร ยนร ท 7.2 คาส ง : ให น กเร ยนนาต วอ กษรใส หน าร ปภาพกราฟ
ก จกรรมการเร ยนร ท 7.3 คาส ง : ให น กเร ยนจ บค ส วนประกอบของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010
แบบประเม นรายบ คคล (แบบประเม นผลงาน) ผ ประเม น(ช อ)... ตนเอง เพ อน คร รายการประเม น 1. ท กษะการปฏ บ ต งาน 2. ความสนใจใฝ ร 3. ความคล องแคล วในการ ปฏ บ ต งาน 4. ความปลอดภ ยในการปฏ บ ต งาน 5. การด แลร กษาอ ปกรณ 6. การประย กต ใช ในว ชาช พ คะแนนเฉล ย ด (3) พอใช (2) ปร บปร ง (1) รวม คะแนน หมายเหต เกณฑ การประเม น ด คะแนนส งกว า 2.70 พอใช คะแนนอย ระหว าง 1.3 2.70 ปร บปร ง คะแนนต ากว า 1.30 หมายเหต เกณฑ การประเม นท ใช ในการต ดส นต องได มาจากคะแนนเฉล ยของผ ประเม นท งหมด ต วอย าง ข อ 1. ความสมบ รณ ของเน อหาสาระ ได คะแนนการประเม นด งน ตนเอง ให ด ได คะแนนประเม น 3 เพ อน ให พอใช ได คะแนนประเม น 2 คร ให พอใช ได คะแนนประเม น 2 ได คะแนนเฉล ย 3+2+2 = 2.33 3 จากคะแนนเฉล ยท ได แสดงว าในข อ 1. เกณฑ ประเม นอย ในเกณฑ พอใช